: CHAKRA VEERAKUL : " Jorm "

B-Digital School : สวัสดีค่ะน้องจอม แนะนำตัวเองนิดนึงนะคะ
Jorm : ชื่อจักรา วีรกุล เรียกว่า “ จอม” ก็ได้ครับ

B : สัมภาษณ์ของเราครั้งนี้นับว่าเป็นการสัมภาษณ์ทางไกลเลยนะไหนบอกเพื่อนๆหน่อยสิคะว่า ตอนนี้ทำอะไรอยู่ที่ไหน
Jorm : ตอนนี้ผมกำลังศึกษาอยู่ที่ Savannah College of Art and Design ที่ Atlanta Georgia ด้าน Visual Effects ครับ

B : ช่วยเล่าให้เพื่อนๆน้องฟังหน่อยค่ะว่าถ้าอยากไปเรียนแบบเราบ้างต้องเตรียมตัวกันยังไง

Jorm : ช่วงที่อยู่เมืองไทยผมก็เตรียมตัวมาพอสมควรตั้งแต่เนิ่นๆ เนื่องจากผมมีใจรักงานทางสายนี้ ผมจึงฝึกฝนฝีมือของตัวเองอยู่เรื่อยๆ และต่อมาเริ่มจริงจังมากขึ้นและมองหาที่เรียนที่สอนทางด้านนี้โดยตรง จนมาเจอกับ B-Digital School ครั้งแรกในงาน TAM 2006 มีโอกาสได้คุยรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับ
การสอนกับอาจารย์ผู้สอนโดยตรงซึ่งตรงกับสิ่งที่ผมมองหาอยู่ เลยได้ติดตามข่าวของทางสถาบันมาเรื่อยๆ
จนเขาเปิดสอน ผมสมัครเรียนเกือบทุกคอร์ส ตั้งแต่ Maya Advanced Modeling, Maya Advanced Texturing, Advanced Lighting & Rendering และในระหว่างที่เรียนผมก็เตรียมทำ Portfolio ไปด้วย ซึ่งผมเลือก Model เรือรบ Yamoto ทั้งลำเลยนะ

B : หลังจากที่ Jorm เรียนที่ B-Digital Schoolจบไปแล้วความรู้ที่ได้จากที่นี่เป็นประโยชน์มากน้อยแค่ไหน
แล้วได้ใช้ในการเรียนตอนนี้รึป่าวจ๊ะ

Jorm : ความรู้ที่ได้จาก B-Digital School แรกสุดเลยคือช่วยให้ผมเตรียม Portfolio เจ๋งๆได้อย่างแรกเลยครับ แต่ยังไม่ ค่อยได้ใช้เท่าไหร่สำหรับที่เรียนในตอนนี้เพราะเทอมแรกๆเราจะยังไม่ค่อยได้เรียนพวก 3 D กัน
ซักเท่าไหร่ แต่ว่าจากที่ ผมลองถามเพื่อนคนอื่นๆดูเขายังใช้ Maya กันไม่เป็นเลยครับ ซึ่งสิ่งที่ผมได้เรียนไปจาก
B-DigitalSchoolนับว่าลึกมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง Hard Surface Modeling เพราะหากเทอมต่อไปผมได้จับ
Maya อีกครั้งความรู้ที่ได้จาก B-Digital School จะมีประโยชน์กับผมมาก ๆ แต่ก็น่าเสียดายครับสำหรับ Class Texturing / Lighting เพราะช่วงนั้นผมกำลังวุ่น กับหลายๆเรื่อง ไม่อย่างนั้นความรู้เรื่อง Texturing / Lighting
ของผมต้องทำได้ดีเหมือน Modeling แน่ๆ เพื่อนๆน้องๆที่ เรียนกันอยู่ตอนนี้ต้องตั้งใจเรียนกันมากๆนะครับ

B : หากเพื่อนๆน้องๆอยากไปเรียนต่อแบบ Jorm บ้างต้องทำอย่างไรกันบ้างคะ

Jorm : ถ้าจะสมัครเรียน ปริญญาตรี ก็ต้องมีใบ Recommendation จากอาจารย์ 3 ท่าน ,หลักฐานการศึกษาที่ผ่านมา , หลักฐานที่แสดงว่ามีค่าใช้จ่ายพอเรียน,ผลสอบ Toefl ต้องผ่าน ( ถ้าผ่านเกณฑ์ขั้นสูง ไม่ต้องเรียนภาษาอังกฤษเพิ่ม ถ้าผ่านแค่ขั้นต่ำ ต้องเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มและ ถ้าไม่ผ่านขั้นต่ำเลย ก็ไม่ได้เข้าน่ะครับ) ส่วนเรื่อง Portfolio นี่ไม่จำเป็นสำหรับปริญาตรี แต่ถ้าส่งมาก็จะสามารถนำไปพิจารณาเรื่องขอทุนได้ ซึ่งทุนต่าง ๆ ดูได้จากในเว็บนี้ครับ www.scad.edu ส่วนสำหรับปริญาโท จำเป็นต้องส่ง Portfolio ครับรายละเอียดลึก ๆ ผมไม่ทราบไหร่คงต้องดูจากในเว็บนี้ อธิบายค่อนข้างละเอียดครับ http://www.scad.edu/admission/international/graduate_requirement_video.cfm

ภายใน 1 ปีจะมีทั้งหมด 3 เทอมที่บังคับเรียน ( ถ้าเป็นนักเรียนไทย สำคัญมากว่าต้องลง 3 วิชา ทุกๆ 3 เทอม ในกรณีเรียนปริญญาตรี ส่วนปริญญาโทจะ เรียน 2 วิชาต่อทุกๆเทอม) แต่สำหรับเทอม Summer จะลงหรือไม่ลงก็ได้ครับตอนสมัครลง Class เรียน เราก็จะเลือกว่าจะเรียนคอร์สของอาจารย์คนไหน กี่โมงถึงกี่โมง ( จะมีเรียน 2 รอบต่อหนึ่งสัปดาห์ รอบละ 2 ชม. ครึ่ง รวมเป็นวิชาละ 5 ชม. ต่อหนึ่งสัปดาห์) ซึ่งจะมีให้เลือกว่าจะเรียนวัน จ./ พ. หรือ อ./ พฤ.

B : แล้วตอนนี้เรียนอยู่ที่นั่นเป็นยังไงบ้างเรื่อง การกินอยู่,ที่พักสภาพแวดล้อมต่างๆ ต้องปรับตัวยังไงบ้างคะ

Jorm : เรื่องเรียนก่อนละกัน เทอมนี้ผมเรียน Fundamental อยู่ครับ เรียนพวกวิชาพื้นฐาน , เรียน 3D Design
( ไม่เกี่ยวกับพิวเตอร์นะครับ เรียนพวกของทำมือ 3d)แล้วก็โปรแกรมคอมพิวเตอร์พื้นฐานหลายโปรแกรมซึ่งก็จะมี Maya ด้วยแต่จะเป็นพื้นฐานแบบสอนว่าโปรแกรมต่างๆเป็นอย่างไรบ้างเท่านั้นเอง ตารางเรียนเทอมนี้ของผม
เรียนวันจันทร์- พุธ รอบ 11.00am - 13.30pm ( วิชาที่ 1) และ 17.00pm - 19:30pm ( วิชาที่ 2) ส่วนวันอังคาร- พฤหัสเรียนรอบ 11.00am-13.30pm ( วิชาที่ 3)

Jorm : เรื่องการเดินทางไปเรียน เนื่องจากที่นี่ ตึกเรียนอยู่ห่างกันมาก ไปไหนมาไหนต้องพึ่งรถ Bus โรงเรียน ซึ่งบางครั้งก็ต้องไปก่อนเวลาถึงครึ่งชั่วโมงกว่า ๆ เพราะบางครั้งรถก็มีเบี้ยวไม่มา ทั้งที่ตารางบอกว่าจะมา ดังนั้นถ้าเลือก Class เรียน ก็ไม่ควรเลือกที่เรียนที่ที่ไกลจากกัน แล้วเวลาเรียนติดกัน ( บางทีจะคิดว่า มีพัก
30 นาทีก่อนอีกที่นึงจะเริ่มเรียน ก็นั่งรถ Bus ไปทัน แต่จริง ๆ อาจไม่ทันครับ)

Jorm : ส่วนเรื่องที่พักและความปลอดภัย ผมพักที่ Apartment นอก Campus พอดีว่าหาที่อยู่ใน Downtown ได้ ถือว่าปลอดภัยมากครับ ซึ่งถ้าพักหอพัก ก็จะต้อง Share ห้องกับคนอื่น ห้องนอนเดี่ยวก็มีไว้สำหรับนักเรียนปีหลัง ๆ ( แต่ห้องครัว ห้องน้ำก็ต้องแชร์กันอยู่ดี) การพักหอพักก็จะต้องจ่ายค่าอาหารเป็น Meal plan ด้วย ซึ่งโดยรวมแล้ว
ถ้าคำนวณค่าใช้จ่าย จะแพงกว่าออกไปอยู่ Off campus ส่วนความปลอดภัยของเมือง เรื่องนี้ เมือง Savannah ถือว่ามีหลายที่ซึ่งอันตรายนะครับ แต่ถ้ารู้ว่าตรงไหนควรเดินไม่ควรเดิน ดูแลตัวเองได้ก็ไม่มีปัญหาครับ

Jorm : สภาพอากาศของที่นี่ ช่วงหน้าร้อนก็เหมือนอากาศที่เมืองไทยตามปกตินะครับ ร้อนอบอ้าว แต่จู่ ๆ ฝนก็ตกลงมาได้ ไปไหนมาไหนพกร่มก็ดี เพราะตกหนัก คาดเดาไม่ออกเลย แต่ในช่วงปลาย ๆ ปีที่เป็นหน้าหนาว ก็จะหนาวมาก แต่ก็ไม่มากเหมือนกับเมืองหนาวที่อื่นๆ ต่ำสุดก็คงประมาณ 0-10 Celsius ซึ่งช่วงนั้นมันก็มักจะ หนาว ๆ ร้อน ๆ สลับไปมา หลาย ๆ วัน คาดเดายากเหมือนกันครับหากไม่ดูแลตัวเองดีๆก็อาจไม่สบายได้นะครับ

B : ที่ Savannah มีคนไทยอยู่กันเยอะมั๊ย

Jorm : คนไทยก็มีพอสมควรใน SCAD ทั้งปริญญาตรีและโทก็ประมาณ 15-20 คนได้ส่วนนอก SCAD ก็มีที่ทำงานร้านอาหารไทยบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะรู้จักกันหมดครับ พอมีเวลาว่างคนไทยก็จะนัดกันทานอาหาร บ้างก็นัดไปเที่ยวกัน ส่วนผมชอบอยู่บ้านอย่างเดียว :)

B : พูดถึงเรื่องการทำงาน นักเรียนทำงานพิเศษได้มั๊ยจ๊ะ

Jorm : การทำงานที่นี่ต้องมีรหัส Social Security ครับซึ่งเมื่อก่อนเมื่อ2-3ปีที่แล้วนักเรียนไทยมาที่นี่ก็ได้รหัสนี้ทันที
เดี๋ยวนี้เค้าไม่ให้แล้ว แปลว่าถ้าจะเอารหัส มีทางเดียวคือทำงานพิเศษให้มหาวิทยาลัย 1 เทอมถึงได้ครับ

B : วางแผนอนาคตในการเรียนไว้อย่างไรบ้างคะ

Jorm : ตอนแรกๆที่มาที่นี่ต้องปรับตัวพอสมควรแต่ก็ดีครับทำให้ผมได้แก้ปัญหาเรื่องนอนตื่นสาย ปัญหาทำงานไม่ทันเวลาเพราะทุกอย่างถูกบังคับด้วยเรื่องเวลาทั้งหมด แต่ตอนนี้ปรับตัวได้แล้วครับสบายมาก ส่วนเรื่องเรียนคิดว่าอาจเรียนแบบ Double major ครับ อาจลง Animation คู่ไปด้วยหรือไม่ก็ Broadcast design ซึงโชคดีที่ผมไม่ต้องเรียน ESL เพราะสอบ Toefl ผ่าน และหากลงเรียนเทอม Summer ไปด้วยก็จะเรียนจบ
พร้อมๆกันครับ

B : สุดท้ายฝากอะไรถึงเพื่อนๆน้องที่อยู่เมืองไทยกันซักนิดนะ

Jorm : งั้นก็ฝากถึงทุกคนที่สนใจศึกษาหรืออยากเข้าไปทำงานในสายงานทางด้าน VFX แบบผมนะครับ ควรเตรียมความพร้อมกันตั้งแต่เนิ่นๆยิ่งโดยเฉพาะน้องๆหล่ะก็ยังมีเวลาอีกมากที่จะเรียนรู้ฝึกฝนหาความรู้
ไม่ว่าจากหนังสือ Website ความรู้ต่างๆรวมทั้งไปเรียนตามสถาบันที่สอนทางนี้โดยตรงเช่นที่ B-Digital School ก็จะช่วยให้น้องๆสั่งสมประสพกาณ์การทำงานและพัฒนาฝีมือของตนเองและที่สำคัญอีกเรื่องคือเรื่องของภาษา
อังกฤษที่ควรจะต้องเตรียมความพร้อมคู่กันไปด้วยตั้งแต่เนิ่นๆครับ

© 2008 B-DIGITAL (Thailand) Co.,Ltd. All Rights Reserved.